
" Impression, Sunrise " Claude Monet
ประเทศฝรั่งเศส ช่วงกลางศตวรรตที่ 19 ในช่วงที่ศิลปะถูกกำหนดอยู่ภายใต้ the Academy of Fine Arts ผู้ซึ่งกำหนดแนวทางเป็นไปของศิลปะ ศิลปินผู้ได้รับการยอมรับจาก "jury" เท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์แสดงผลงานของตนเอง ใน "the Salon."
jury เป็นผู้ตัดสิน ว่าอะไร "เป็น" หรือ "ไม่เป็น" ศิลปะ
แต่ในที่สุด ปี 1863 jury ก็ได้ตัดสินใจผิดพลาด
jury ปฏิเสธภาพ "Le déjeuner sur l'herbe" ซึ่งวาดโดย "Édouard Manet" ภาพวาดการปิกนิคของหญิงสาวเปลือยกับชายหนุ่ม การเปลือยร่างกายมิใช่เรื่องแปลกของศิลปะ และไม่ใช่เรื่องแปลกของ jury แต่การแสดงภาพชีวิตประจำวันนั่นตั้งหาก ที่เป็นข้อห้ามทางศิลปะของ jury

" Le déjeuner sur l'herbe " Édouard Manet
คำปฏิเสธอันหยาบคาย ก่อความไม่พอใจให้ Manet อย่างรุนแรง
หลังจากนั้นไม่นาน นโปเลียนที่สาม ก็ได้ก่อตั้ง 'Salon des Refusés' (The Salon of the Refused) ที่แสดงผลงานของศิลปินผู้ถูกปฏิเสธ ที่แสดงผลงานที่ยืนสู้กับ Academy
ในปี 1987 นักวิจารย์ Louis Leroy ได้เข้าไปชม 'Salon des Refusés' และเขียนบทความ "The Exhibition of the Impressionists," โดยมีแรงบันดาลใจมาจากภาพวาด "Impression, Sunrise" ของ "Claude Monet"
Claude Monet ผู้ซึ่งเรียนรู้ศิลปะจาก Édouard Manet
หลังจากงานเขียนของ Leroy อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งภาพวาดของเหล่าศิลปินที่ถูกปฏิเสธ "Impressionists" ก็กำเนิดขึ้น...
...พร้อมๆกับการหมดอำนาจเผด็จการของ the Academy of Fine Arts

" La Promenade " Claude Monet
ผมไม่เข้าใจสิ่งที่เรียกว่าเป็นศิลปะนัก แต่ผมก็ชื่นชอบภาพวาดมากกว่าภาพถ่าย ผมไม่ได้สนใจว่าศิลปะสวยงามเพียงใด มูลค่ามหาศาลเท่าไร แต่ผมสนใจว่าศิลปะก็ต้องสู้ ต้องดิ้นรนจากการถูกกดขี่เหมือนกัน
ยังต้องถูกตัดสินโดยผู้อื่นอยู่เฉกเช่นเดียวกับสิ่งอื่นๆบนโลก
ศิลปินผู้สร้างศิลปะด้วยใจรัก จะรู้สึกเช่นไรเมื่อถูกตัดสินโดยผู้อื่น จะมีสักกี่คนที่ทนเสียงวิจารณ์รอบข้างได้อย่างสบายใจ ?
การหลุดพ้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และการยกยอ หรือด่าทอ เป็นเรื่องหลังจากนั้น
ถ้าวันนั้น Leroy ไม่ได้เข้าเยี่ยมชม 'Salon des Refusés' "Impressionists" จะกลายเป็นศิลปะของกบฏหรืออย่างไร ?
บางอย่าง... กำลังรอใครบางคนพาออกจากการกดขี่
|